8 จำนวนผู้เข้าชม |
คู่มือ Tax Free ญี่ปุ่น 2026 ฉบับนักท่องเที่ยวไทย

ไปเที่ยวญี่ปุ่นทั้งที หลายคนต้องมีแผนช้อปปิ้งติดไว้ในทริป ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า เครื่องสำอาง ของฝาก หรือสินค้าแบรนด์ญี่ปุ่น
สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีคุณสมบัติตามเงื่อนไขของญี่ปุ่น สามารถใช้สิทธิ์ Tax Free สำหรับสินค้าที่เข้าเกณฑ์ได้
แต่สำหรับปี 2026 มีเรื่องสำคัญที่นักท่องเที่ยวไทยต้องรู้ เพราะญี่ปุ่นกำลังเปลี่ยนระบบ Tax Free ครั้งใหญ่ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2026
ดังนั้น หากกำลังวางแผนเที่ยวญี่ปุ่นช่วงปลายปี 2026 ควรรู้ก่อนว่า Tax Free แบบเดิมและระบบใหม่แตกต่างกันอย่างไร
อัปเดตข้อมูล ณ กันยายน 2026
Tax Free ญี่ปุ่น คืออะไร?
Tax Free คือสิทธิ์ในการได้รับการยกเว้นหรือคืนภาษีการบริโภคของญี่ปุ่น สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้ที่ไม่มีถิ่นพำนักในญี่ปุ่นที่มีคุณสมบัติตามเงื่อนไข
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าทุกร้านและสินค้าทุกประเภทจะสามารถทำ Tax Free ได้ นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบว่าร้านค้านั้นเป็น Tax-Free Shop หรือสอบถามพนักงานก่อนซื้อ
ใครสามารถทำ Tax Free ญี่ปุ่นได้?
โดยทั่วไป ผู้ที่สามารถใช้สิทธิ์ Tax Free ได้แก่ นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ไม่ได้พำนักอยู่ในญี่ปุ่นและมีสถานะการพำนักที่เข้าเงื่อนไข เช่น
ทั้งนี้ การได้รับสิทธิ์ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของผู้ซื้อ สินค้า ร้านค้า และเงื่อนไขของระบบ Tax Free ณ วันที่ซื้อ
ต้องซื้อเท่าไหร่ถึงจะทำ Tax Free ได้?
สำหรับระบบ Tax Free ของญี่ปุ่น เกณฑ์ขั้นต่ำโดยทั่วไปคือ
ซื้อสินค้ามูลค่า 5,000 เยนขึ้นไปก่อนภาษี
โดยเป็นการซื้อที่เข้าเงื่อนไขของร้านค้าและระบบ Tax Free
ตั้งแต่ระบบใหม่เริ่มใช้ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2026 เกณฑ์ขั้นต่ำยังคงอยู่ที่ 5,000 เยนขึ้นไปก่อนภาษี และจะยกเลิกการแบ่งประเภทสินค้า General Goods และ Consumables ในระบบใหม่
ข้อควรรู้: หากทำ Tax Free ผ่านเคาน์เตอร์หรือผู้ให้บริการเฉพาะของห้าง เช่น PIE VAT อาจมีเงื่อนไขหรือค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมของผู้ให้บริการนั้น ดังนั้นควรตรวจสอบรายละเอียดกับร้านค้าหรือเคาน์เตอร์อีกครั้ง
Tax Free ญี่ปุ่นปี 2026 มีการเปลี่ยนแปลงอะไร?
นี่คือเรื่องที่นักท่องเที่ยวควรรู้เป็นพิเศษ
สำหรับการซื้อก่อนวันที่ 1 พฤศจิกายน 2026
ระบบเดิมยังใช้การซื้อสินค้าแบบ Tax Free ณ ร้านค้าหรือดำเนินการผ่าน Tax Free Counter ตามระบบของร้านค้า
โดยทั่วไป นักท่องเที่ยวจะต้องแสดง Passport ตัวจริง และดำเนินการตามขั้นตอนของร้านหรือห้างที่ให้บริการ Tax Free
ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2026 เป็นต้นไป
ญี่ปุ่นจะเปลี่ยนเป็นระบบ Refund Method
พูดง่าย ๆ คือ
ระบบเดิม
ซื้อสินค้า → ได้ Tax Free ณ จุดซื้อ
ระบบใหม่
ซื้อสินค้า → จ่ายราคารวมภาษี → เดินทางออกจากญี่ปุ่น → ศุลกากรตรวจสอบ → รับเงินคืน
ตามข้อมูลจาก Japan Tourism Agency ระบบใหม่จะเริ่มใช้กับสินค้าที่ซื้อ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2026 เป็นต้นไป
วิธีทำ Tax Free ระบบใหม่ ตั้งแต่ 1 พ.ย. 2026
STEP 1 : ซื้อสินค้าจากร้าน Tax Free
เมื่อซื้อสินค้า ให้แจ้งร้านค้าว่าต้องการใช้สิทธิ์ Tax Free และเตรียม Passport เพื่อให้ร้านบันทึกข้อมูลที่จำเป็น
STEP 2 : ชำระเงินรวมภาษี
ระบบใหม่จะเปลี่ยนจากการหักภาษี ณ จุดซื้อ เป็นการ ชำระราคาที่รวมภาษีก่อน
จากนั้นจึงดำเนินการขอคืนเงินภายหลัง
ดังนั้น หากเห็นราคาที่จ่ายจริงสูงกว่าระบบเดิม ไม่ต้องตกใจ เพราะเงินคืนจะดำเนินการหลังผ่านขั้นตอนตรวจสอบตามระบบใหม่
STEP 3 : เก็บสินค้าและหลักฐานการซื้อไว้ให้ครบ
ควรเก็บ
ไว้จนกว่าจะเดินทางออกจากญี่ปุ่น
STEP 4 : ดำเนินการ Tax Free ก่อนออกจากญี่ปุ่น
ระบบใหม่กำหนดให้ผู้เดินทางต้องนำสินค้าออกจากญี่ปุ่น ภายใน 90 วันนับจากวันที่ซื้อ
ก่อนเดินทางออกจากประเทศ ต้องดำเนินการตามขั้นตอน Tax Free และผ่านการตรวจสอบของศุลกากร
สำคัญ: ตั้งแต่ระบบใหม่เริ่มใช้ ขั้นตอนศุลกากรจะอยู่ ก่อนผ่านจุดตรวจความปลอดภัย (Security) ตามขั้นตอนใหม่ ดังนั้นควรเผื่อเวลาไปสนามบินให้มากขึ้น
STEP 5 : ศุลกากรตรวจสอบ
ศุลกากรจะตรวจสอบว่าสินค้าที่ซื้อแบบ Tax Free ถูกนำออกจากประเทศญี่ปุ่นจริงหรือไม่
เมื่อผ่านการตรวจสอบแล้ว จึงเข้าสู่ขั้นตอนการคืนเงิน
STEP 6 : รับเงินคืน
หลังจากศุลกากรยืนยันการนำสินค้าออกจากญี่ปุ่นแล้ว ร้านค้าหรือผู้ให้บริการ Tax Free จะดำเนินการคืนเงินตามช่องทางที่กำหนด
รายละเอียดช่องทางและวิธีรับเงินอาจแตกต่างกันตามร้านค้าและผู้ให้บริการ
PIE VAT คืออะไร?
นักท่องเที่ยวที่ช้อปปิ้งในห้างหรือร้านค้าบางแห่ง อาจพบระบบ PIE VAT ซึ่งเป็นผู้ให้บริการด้าน Tax Refund
ตัวอย่างเช่น RAYARD MIYASHITA PARK ในโตเกียว มี Tax-Free Counter สำหรับร้านค้าที่เข้าร่วมระบบ PIE VAT
ในกรณีนี้ นักท่องเที่ยวอาจต้องใช้ PIE VAT App และเตรียม Passport ใบเสร็จ และสินค้าที่ซื้อไปดำเนินการตามเงื่อนไขของเคาน์เตอร์
หมายเหตุ: PIE VAT เป็นระบบของผู้ให้บริการบางแห่ง ไม่ใช่ชื่อของระบบ Tax Free ทั้งหมดในญี่ปุ่น ดังนั้นไม่จำเป็นว่าทุกร้านในญี่ปุ่นจะใช้ PIE VAT
เอกสารที่ควรเตรียม
ก่อนทำ Tax Free แนะนำให้เตรียมสิ่งเหล่านี้
ไม่ควรพึ่งพาสำเนาหรือภาพถ่าย Passport หากร้านหรือระบบกำหนดให้แสดง Passport ตัวจริง
7 เรื่องที่นักท่องเที่ยวไทยควรรู้
1. ไม่ใช่ทุกร้านจะทำ Tax Free ได้
ควรสังเกตสัญลักษณ์ Tax-Free Shop หรือสอบถามพนักงานก่อนซื้อ
2. ยอดซื้อขั้นต่ำต้องเป็นไปตามเงื่อนไข
โดยทั่วไปเกณฑ์คือ 5,000 เยนขึ้นไปก่อนภาษี และต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของร้านและระบบ Tax Free
3. เก็บใบเสร็จไว้ให้ครบ
โดยเฉพาะคนที่ช้อปหลายร้าน ควรจัดเก็บใบเสร็จแยกไว้ เพราะอาจต้องใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินการ
4. ตั้งแต่ 1 พ.ย. 2026 ต้องเผื่อเวลาที่สนามบิน
เนื่องจากระบบใหม่ต้องผ่านขั้นตอนตรวจสอบของศุลกากรก่อนรับเงินคืน จึงไม่ควรเดินทางไปสนามบินแบบกระชั้นชิด
5. สินค้าต้องถูกนำออกจากญี่ปุ่น
หากซื้อสินค้าแบบ Tax Free แล้วไม่ได้ส่งสินค้าออกจากญี่ปุ่นตามเงื่อนไข อาจไม่มีสิทธิ์ได้รับเงินคืน
6. การส่งสินค้ากลับไทยเองมีข้อจำกัด
ตั้งแต่ 1 เมษายน 2025 หากผู้ซื้อส่งสินค้า Tax Free กลับประเทศด้วยตัวเองผ่านพัสดุระหว่างประเทศ จะไม่สามารถใช้ใบส่งของเป็นหลักฐานเพื่อขอสิทธิ์ Tax Free ได้อีก โดยมีข้อยกเว้นในกรณีที่ร้านค้าเป็นผู้ดำเนินการจัดส่งโดยตรงตามเงื่อนไข
7. ตรวจสอบกฎล่าสุดก่อนเดินทาง
ระบบ Tax Free ของญี่ปุ่นมีการปรับปรุง โดยเฉพาะในปี 2026
หากเดินทางช่วงปลายปี ควรตรวจสอบว่าการซื้อของเราอยู่ภายใต้ ระบบเดิมหรือระบบ Refund Method ใหม่
สรุป Tax Free ญี่ปุ่นแบบง่าย ๆ
| ช่วงเวลาที่ซื้อ | ระบบ Tax Free |
| ก่อน 1 พ.ย. 2026 | ระบบเดิม ซื้อแบบ Tax Free ตามขั้นตอนของร้าน/เคาน์เตอร์ |
| ตั้งแต่ 1 พ.ย. 2026 | จ่ายรวมภาษี → ตรวจสอบกับศุลกากรตอนออกประเทศ → รับเงินคืน |
ดังนั้น หากกำลังวางแผนเที่ยวญี่ปุ่นช่วงปลายปี 2026 อย่าลืมเช็กวันที่เดินทางและวันที่ซื้อสินค้า เพราะ 1 พฤศจิกายน 2026 คือวันสำคัญที่ระบบ Tax Free ญี่ปุ่นเปลี่ยนรูปแบบ

สรุปก่อนออกไปช้อป
การทำ Tax Free ช่วยให้นักท่องเที่ยวประหยัดค่าใช้จ่ายในการช้อปปิ้งได้ แต่ควรตรวจสอบเงื่อนไขของร้านค้าและระบบที่ใช้ก่อนซื้อทุกครั้ง
โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่เดินทางญี่ปุ่นตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2026 เป็นต้นไป ควรเผื่อเวลาในการดำเนินการที่สนามบิน และเก็บสินค้าและเอกสารการซื้อไว้ให้ครบจนกว่าจะเดินทางออกจากญี่ปุ่น
เที่ยวญี่ปุ่นให้สนุก ช้อปให้คุ้ม และอย่าลืมวางแผน Tax Free ก่อนเดินทางกลับนะคะ